หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  
  -  ระบบ P.K.S.C กับนักขาย
  -  การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
  -  อยากสำเร็จต้อง.
  -  ความสำเร็จของนักขาย
  -  นักการตลาดมืออาชีพ
  -  ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
  -  การสร้างชื่อให้เป็นที่ยอมรับของตลาด
  -  เหนือคู่แข่งด้วยการบริการ
  -  การตลาดยุคใหม่ : Modern Marketing
  -  การตลาด.ภิวัตน์
  -  ครบเครื่องเรื่องการสื่อสารการตลาด
  -  สามก๊กกับกลยุทธ์การตลาด
  -  แนวคิดเกี่ยวกับเวลา
  -  การตลาดสมัยใหม่
  -  Marketing 3.0
  -  ชนะใจลูกค้าด้วยการบริการ
  -  อาวุธทางการตลาดคือการสร้างไอเดีย
  -  Digitalmarketing Communication
  -  Viral Marketing
  -  กลยุทธ์การตลาด 10 P สำหรับนักธุรกิจ
  -  Marketing Environment
  -  การสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ทางด้านการตลาด
  -  จงเข้าใจการตลาด...ก่อนลงมือทำการตลาด
  -  Attraction Marketing การตลาดแบบดึงดูด
  -  Celebrity Marketing
  -  อาวุธทางการตลาด การสร้างแบรนด์
  -  สู่ความเป็นสุดยอด...นักการตลาดมือทอง....
  -  อาวุธทางด้านการตลาด.....ที่นักการตลาดต้องรู้
  -  เทคนิคในการสร้างนวัตกรรมและคิดสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด
  -  จงสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้แก่พนักงานขาย
  -  คุณสมบัตินักขายมืออาชีพ
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

...
  
ระบบ P.K.S.C กับนักขาย
ระบบ P.K.S.C กับนักขาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักขายเขาจะเป็นนักเรียนรู้ ซึ่งจำเป็นจะต้องเรียนรู้ทั้งทฤษฏี และ มีการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งในปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร นักขายจึงสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เพราะวิชาการต่างๆ มีการพัฒนาขึ้น ในตอนนี้เรามาเรียนรู้หลักการของ P.K.S.C ซึ่งหลักการมีดังนี้
P = POSSITIVE ATTITUD ทัศนคติที่ดี
การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ การมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับงานขายมีความสำคัญมาก ถ้านักขายมีทัศนคติในทางบวก ก็จะทำให้นักขายเกิดแรงกระตุ้นที่มีพลัง มีความกล้าที่จะเสนอขายสินค้า มีความขยันในการทำงานขาย ในทางกลับกัน หากนักขายมีทัศนคติในทางลบ ก็จะทำให้นักขายผู้นั้นเกิดการท้อแท้ใจ ไม่กล้าที่จะเสนอขายสินค้า เช่น ถ้านักขายคิดแต่เรื่องของผลประโยชน์ต้องการเอาแต่ค่าคอมมิชชั่น พอถูกปฏิเสธจากลูกค้ามากๆ นักขายก็จะหมดกำลังใจในการทำงานด้านการขาย ดังเช่น ตัวแทนขายประกันชีวิต บางคนต้องการขายประกันชีวิตเพื่อที่จะเอาเงินลูกค้า เมื่อคิดอย่างนี้ก็เกิดความเกรงใจลูกค้า ไม่กล้าที่จะนำเสนอการขายประกันชีวิต แต่ถ้าตัวแทนประกันชีวิตที่มีทัศนคติที่ดี ก็จะคิดใหม่ว่าถ้าเกิดลูกค้าไม่ทำประกันชีวิตถ้าเกิดลูกค้าตายไปแล้วใครจะเดือดร้อน แล้วลูกและภรรยาของเขาจะหาเงินมาจากไหนเพื่อใช้จ่ายในสิ่งต่างๆ แต่ถ้าหากลูกค้าประกันชีวิตท่านนั้นซื้อประกันชีวิตจากเราเป็นวงเงิน 1,000,000 บาท เมื่อลูกค้าตายไป ลูกและภรรยาก็สามารถนำเงิน 1,000,000 บาท มาใช้จ่ายในครอบครัวได้
K = KNOWLEDGE ความรู้
นักขายที่ประสบความสำเร็จในอาชีพงานขาย จำเป็นจะต้องหาความรู้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับตัว สินค้า บริการ บริษัท สัญญาต่างๆ (ทั้งของตัวเราและของคู่แข่ง) ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถทำให้นักขายเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เช่น หนังสือ cd vcd dvd วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ ฉะนั้น ถ้าต้องการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จในอาชีพงานขาย จะต้องเป็นคนที่อ่านหนังสือต่างๆมากๆ ฟังข่าวสารข้อมูลของบริษัทและวิชาการต่างๆให้มากๆ ซักถามนักขายรุ่นพี่ๆที่มีประสบการณ์ในการขายมากๆ เมื่อนักขายมีความรู้มาก นักขายก็จะเกิดความมั่นใจในการขาย
S = SKIL ทักษะ ความชำนาญ
นักขายที่ประสบความสำเร็จ เมื่อมีทัศนคติที่ดี คิดบวก ต่ออาชีพการขาย แล้วมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการขาย ยังไม่พอ นักขายที่ประสบความสำเร็จจะต้องแสวงหาความชำนาญ ทักษะในด้านการขาย การแสวงหาความชำนาญ หรือทักษะในการขาย ไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากการ ขาย ขาย และก็ขาย ดังนั้นนักขายจะต้องหมั่นออกตลาด เพื่อพบปะพูดคุยกับลูกค้า พร้อมทั้งเสนอขายสินค้าและบริการ ความชำนาญ เกิดจากการฝึกฝน การที่เราฝึกฝน ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จะเกิดความชำนาญนั้นเอง และครูที่ดีของนักขายก็คือ ตัวของลูกค้านั้นเอง
C = CONTROL การควบคุม
การควบคุมมีความสำคัญมากในการทำงานทุกอย่าง การทำงานด้านการขายก็เช่นกัน หากนักขายวางแผนจะไปพบลูกค้าจำนวน 60 รายต่อเดือน เท่ากับ 2 รายต่อวัน ถ้าปราศจากการควบคุมตนเอง เป้าหมายตามแผนที่วางไว้ก็ไปไม่ถึงฝั่ง อีกทั้งนักขายที่ดีจะต้องมีการควบคุมตนเองในเรื่องต่างๆ จึงจะประสบความสำเร็จในอาชีพด้านการขาย เช่น ควบคุมตนเองในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ควบคุมความประพฤติของตนเองไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ควบคุมบุคลิกภาพของตนเองให้ดูดีในการไปพบปะพูดคุยกับลูกค้า
หลักการ P.K.S.C เป็นหลักการที่นักขายควรนำไปใช้และปฏิบัติเพื่อใช้ในการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายมืออาชีพ
...
  
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าแวดวงการเมือง แวดวงธุรกิจ แวดวงการศึกษา และแวดวงต่างๆ มักจะมีความเป็นผู้นำ มักจะมีความรู้ ความสามารถ กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงออก อีกทั้งยังคงเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดี
ในบทความชิ้นนี้ เราจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเรื่อง “ การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ ”
บุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะเฉพาะของบุคคลที่แสดงปรากฏออกมายังภายนอก ซึ่งบุคลิกภาพมีทั้งบุคลิกภาพภายใน คือ ความรู้สึก อารมณ์ ความฉลาด ความจริงใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความคิดริเริ่ม และ บุคลิกภาพภายนอก คือ การแต่งกาย ท่านั่ง ท่ายืน รูปร่างหน้าตา ทรงผม การปรากฏตัว การใช้น้ำเสียง การพูด
ทำไมเราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะทำให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ใครเห็นก็รู้สึกประทับใจ อีกทั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อตนเองและองค์กรที่ตนสังกัด
สำหรับการพัฒนาบุคลิกภาพ เราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก
การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอกที่จำเป็นต้องพัฒนา ได้แก่ การแต่งกาย มารยาทสังคม
การแต่งกายที่ดี ควรยึดหลัก สะอาด สวยงาม สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ
สะอาด คือ ต้องสะอาดทั้งร่างกายและเครื่องแต่งกายก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผม เสื้อผ้า รองเท้า กลิ่นปาก กลิ่นตัว เล็บ ถุงเท้า
สวยงาม คือ การแต่งกายควรเพิ่มสีสันโดยประมาณไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ควรมีเครื่องประทับเล็กน้อยประกอบการแต่งกายไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา ปากกาถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรเกิน 2 ด้าม ตุ้มหู การทาปาก แต่งหน้า เป็นต้น
สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ กล่าวคือ แต่งกายให้เหมาะสมกับงานหรือสถานที่ที่จะไปร่วม สีเสื้อให้เหมาะสม เช่นไปงานศพ ก็ไม่ควรใส่เสื้อสีแดง (งานศพทั่วไปควรแต่งกายสุภาพ ใส่ชุดเสื้อดำ แต่หากเป็นพิธีงานศพที่สำคัญ เช่นมีหมายกำหนดการ ควรแต่งกายสากลไว้ทุกข์ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทดำ สวมรองเท้าดำหุ้มส้น) ถ้าไปโรงแรมชั้นหนึ่งเราก็สามารถใส่ชุดสูทเข้าร่วมงานได้ แต่หากไปร่วมงานประเพณีตามสถานที่ต่างจังหวัด ตามท้องทุ่งนา ก็ไม่ควรใส่ชุดสูทไป ควรใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง หรือชุดไทยไปจะเหมาะสมกว่า (ในปัจจุบันชุดไทยมีหลากหลายเราต้องควรศึกษาเพื่อใช้ในงานต่างๆให้เหมาะสม เช่น ชุดไทยประจำชาติ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยประยุกต์ ชุดไทยจิตรลดา เป็นต้น)
ดังนั้น การพัฒนาบุคลิกภาพ การแต่งกายจึงมีความสำคัญดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะการแต่งกายที่ดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและสามารถสื่อสารได้ การแต่งกายก็เหมือนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือตัวสินค้า เช่น กล่องยาสีฟัน กล่องสบู่ กล่องขนม หากการแต่งกายสะอาด ดูดี สวยงาม เหมาะสม ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าภายในของผู้แต่งกาย
มารยาททางสังคมก็มีความสำคัญในการพัฒนาบุคลิกภาพ เนื่องจากทุกประเทศมีมารยาทสังคมที่แตกต่างกัน หรือในประเทศเดียวกันก็ยังมีประเพณีท้องถิ่น ภาษาถิ่น ดังนั้นเราต้องเรียนรู้กัน
มารยาททางสังคมสำหรับสังคมไทยที่ควรรู้ก็คือ การทักทาย การไหว้ การใช้โทรศัพท์ การพูดคุย การนั่ง การยืน กับผู้ใหญ่ การซื้อขอฝากตามเทศกาลต่างๆ การใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน การไม่โทรศัพท์หรือพูดคุยกันในห้องประชุม ฯลฯ
ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือในหน้าที่การทำงาน ท่านควรพัฒนาตนเองหลายๆด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพก็เป็นด้านหนึ่งที่ท่านควรพัฒนาเพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะนำพาท่านสู่ความสำเร็จ







...
  
อยากสำเร็จต้อง.
อยากสำเร็จต้อง...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในแวดวงต่างๆ มักเป็นบุคคลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่เสมอ ฉะนั้นหากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจึงต้องควรมีการเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ท่านจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองหลายด้าน สำหรับบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1.ท่านต้องเป็นคนที่มี “ เป้าหมายชัดเจน ” อีกทั้งควรเขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เขียนเพื่อให้จดจำ การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือ วางเป้าหมายเป็นภาพต่างๆ แล้วติดตามโต๊ะทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ฯลฯ จะทำให้เราเกิดการจดจำได้มากกว่า การมีเป้าหมายแล้วไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
2.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ทำสม่ำเสมอ ” เมื่อมีการวางเป้าหมายแล้ว หากไม่ลงมือทำ เป้าหมายนั้นก็จะไม่มีความหมายหรือเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งสำคัญก็คือ ต้อง ททท.(ทำทันที) ไม่ต้องรอช้า วางแผนงานแล้วลงมือทำทันที มิใช่นั้น ความสำเร็จก็จะไม่บังเกิด
3.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเข้าใกล้หรือชอบปรึกษาคนที่ประสบความสำเร็จ ” การเรียนรู้หรือคัดลอกจากต้นแบบจะทำให้เราลดเวลาในการเดินทางไปสู่เป้าหมาย เช่น หากเราอยู่ต่างจังหวัดเราจะเดินทางไปกรุงเทพฯ (ครั้งแรกโดยรถยนต์ส่วนตัว) หากเราไม่ถามทางคนที่เคยไปกรุงเทพฯมาแล้ว เราลองเดินทางไปเอง เราอาจหลงทาง เสียเวลา แต่หากเราถามคนที่เคยไปมาแล้ว ก็จะทำให้เราไม่หลงทางถึงกรุงเทพฯ ไวยิ่งขึ้น อีกทั้งประหยัดน้ำมันหรืองบประมาณอีกด้วย
4.ท่านต้องเป็นคนที่ “ชอบการเปลี่ยนแปลง ” คนเรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คนเราจะเจริญก้าวหน้าด้วยการเปลี่ยนแปลง หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ ท่านควรเป็นผู้ที่มีแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลง มีความคิดในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
5.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเรียนรู้อยู่เสมอ” โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคของข้อมูลข่าวสาร ยุคของความรู้ ซึ่งบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องเป็นนักเรียนรู้อยู่เสมอ สามารถนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในงานอาชีพของตนเองได้
6.ท่านต้องเป็นคนที่ “ รู้จักใช้ เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ ช่วย ” โลกยุคปัจจุบันรวมทั้งโลกในอนาคต เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักต้องรู้จักใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆเข้าช่วย การใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ จะเป็นการลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทำงาน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือช่วยในการชำระเงิน ช่วยบอกทาง ช่วยรับข้อมูลข่าวสาร ช่วยปลุก ช่วยเตือนงาน ฯลฯ
7.ท่านต้องเป็นคนที่ “ แตกต่าง ” หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความสำเร็จ ท่านควรมีความแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป คนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนมักคิดแตกต่างจากคนอื่น ทำอะไรๆ ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่นการแต่งกาย ทรงผม บุคลิก การพูดจา ฯลฯ
8.ท่านต้องเป็นคนที่ “ เริ่มต้น ” หากท่านอ่านมาถึงข้อความตรงนี้แล้ว หากท่านไม่เริ่มต้นทำหรือเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ความสำเร็จก็คงไม่เกิดขึ้นกับท่าน แต่หากท่านต้องการความสำเร็จจงเริ่มต้นทำ ระยะทางถึงแม้จะไกลแสนไกล หากเราไม่เริ่มต้นเดินก้าวแรกเราก็จะไม่มีวันไปถึงเป้าหมายปลายทาง
โดยสรุป อาจกล่าวได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้คนประสบความสำเร็จมีอีกหลายปัจจัยที่กระผมยังไม่ได้กล่าวถึง แต่สิ่งที่สำคัญ หากเราอ่าน เราศึกษาแล้ว แต่เราไม่นำเอาไปปฏิบัติ ความสำเร็จก็ยากที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ ท่านคงต้องลงมือปฏิบัติ อีกทั้งต้องคอยควบคุม ตรวจสอบ อยู่เสมอ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จดังเช่นคนที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้เพียงแต่เราไม่ได้ลงมือทำมัน



...
  
ความสำเร็จของนักขาย
ศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ถ้าพูดถึงเรื่อง ศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขาย เรามักจะได้ยินหรือได้อ่านจากหนังสือต่างๆ มากมาย ซึ่งศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขายแต่ละท่านอาจแตกต่างกันหรือคล้ายคลึง แต่โดยมากแล้วผู้ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายส่วนใหญ่จะมีลักษณะ ความคิด ทัศนคติที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น
1.มีเป้าหมายที่แน่นอน บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน รวมทั้งถึงอนาคต มักเป็นคนที่รู้จักกำหนดเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเรื่องความร่ำรวย เป้าหมายในการขาย เป้าหมายของลูกค้าที่มาใช้บริการ ฯลฯ ถ้าหากท่านต้องการเป็นยอดนักขาย ท่านต้องรู้จักการตั้งเป้าหมาย เช่น ท่านต้องการยอดขายปีหน้าเท่าไร แล้วจึงวางเป้าหมายเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันต่อไป
2.มีความมั่นใจในตนเอง ว่าตนทำได้ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแน่นอนแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ท่านต้องมีความมั่นใจในตนเองว่าท่านทำได้ แล้วลงมือทำตามแผนที่วางไว้ในทันที หากท่านไม่มีความมั่นใจในตนเอง ท่านจะประสบความสำเร็จในงานขายได้ยาก
3.มีทัศนคติที่ดีในงานขาย นักขายที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักมีทัศนคติที่บวกต่อสินค้า บริษัท และอาชีพงานขาย หากนักขายมีทัศนคติที่ลบต่อสินค้า บริษัทและอาชีพงานขาย กระผมขอแนะนำให้เปลี่ยนอาชีพจะดีกว่า หากท่านมีทัศนคติที่ลบ ท่านจะไม่กล้านำเสนอ ท่านจะไม่กล้าแนะนำสินค้า ท่านจะตอบข้อโต้แย้งด้วยความไม่มั่นใจ อีกทั้งหากว่าท่านต้องการเป็นนักขายท่านควรปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับงานขายเสียใหม่ กล่าวคือ การขายคือการให้(ให้ผลประโยชน์แก่ลูกค้า) ไม่ใช่ การขายคือการรับ(รับผลประโยชน์จากลูกค้า) ถ้าหากท่านมีความรู้สึกว่า ท่านต้องรับผลประโยชน์จากลูกค้า ท่านจะมีความลำบากใจในการขาย
4.มีความกระตือรือร้น นักขายที่เก่งระดับเซียน มักเป็นคนที่กระตือรือร้น ความกระตือรือร้นจะทำให้เกิดชีวิตชีวา ความกระตือรือร้น จะทำให้คนรอบข้างกระตือรือร้นไปด้วย ความกระตือรือร้นจะทำให้การขายเป็นไปด้วยความเร้าใจ ความกระตือรือร้นจะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและประทับใจในการฟัง
5.มีความกล้าที่จะเผชิญกับการถูกปฏิเสธ งานขายเป็นงานที่ต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธของลูกค้า เมื่อเรานำเสนอขายสินค้า แน่นอนว่าลูกค้าที่เรานำเสนอขายสินค้าทุกคนจะไม่ซื้อของของเรา แต่จะมีบางคนที่ตอบตกลงซื้อ งานขายจึงต้องพบกับการถูกปฏิเสธของลูกค้ามากกว่าอาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะการขายประกันชีวิต ประกันภัย การขายสินค้าในธุรกิจเครือข่าย งานขายตรงที่นำเสนอขายตามบ้านเรือนต่างๆ ฯลฯ
6.มีอิทธิบาท 4 นักขายที่ดีและเก่ง เป็นมืออาชีพ ต้องมีอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ(ความพอใจ ความรักในงานขาย ),วิริยะ(ความพยายามในการขาย มีความเพียรพยายาม) , จิตตะ (ความใจจดใจจ่อ ความเอาใจใส่กับงานขาย)และวิมังสา(เมื่อเกิดปัญหาขายไม่ได้ ก็จะใช้การวิเคราะห์ พิจารณา หาเหตุผล พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขปรับปรุง)
7.มีการรู้จักควบคุมตนเอง กล่าวคือ หากต้องการเป็นนักขายที่ดีต้องเป็นคนที่ควบคุมตนเองได้ มีวินัยในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนออกไปหาลูกค้าก็ต้องไปตามนัด ควบคุมตนเองเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด ไม่ใช่จ่ายเกินตัว จนต้องเดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสิน คนเราถึงแม้จะขายเก่งปานใด หากเสียเรื่องเงินหรือมีปัญหาเรื่องเงิน อาชีพในการทำงานการขายก็มักจะเสียหายไปด้วย
ฉะนั้น หากต้องการเป็นนักขายมืออาชีพ นักขายระดับมือเซียน ท่านจะต้องเป็นคนที่รู้จักเรียนรู้ รู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แก้ไขปรับปรุง หาต้นแบบของนักขายรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จแล้วลองลอกเลียนแบบเขาดู ท่านก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายมืออาชีพ


...
  
นักการตลาดมืออาชีพ
นักการตลาดมืออาชีพ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
ยุคปัจจุบัน ธุรกิจทุกประเภท สินค้าทุกตัว มีการแข่งขันอย่างรุนแรง เช่น ธุรกิจเครื่องดื่ม เราจะเห็นได้ว่า เครื่องดื่มมีหลากหลายยี่ห้อ เครื่องดื่มมีหลากหลายประเภท เครื่องดื่มมีหลากหลายรสชาติ เครื่องดื่มมีหลากหลายสี เครื่องดื่มมีหลากหลายขนาด เครื่องดื่มมีหลากหลายรูปแบบ ฯลฯ
ทั้งนี้ ธุรกิจทุกประเภท สินค้าทุกประเภท ยังคงต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน คู่แข่งรายเก่า คู่แข่งรายใหม่ คู่แข่งจากต่างประเทศ จึงทำให้นักการตลาดที่ทำงานด้านการตลาดให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ สินค้าประเภทต่างๆ จำเป็นจะต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ผมขอยกตัวอย่างแค่ธุรกิจน้ำดื่มในประเทศไทยของเรา สำหรับการตลาดในธุรกิจน้ำดื่มในยุคปัจจุบัน ภาพรวมตลาดรวมเครื่องดื่มกว่า 130,000-140,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำอัดลม 44,000-45,000 ล้านบาท น้ำดื่ม 23,000ล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 20,000ล้านบาท ชาพร้อมดื่ม 13,000 ล้านบาท น้ำผลไม้ 12,000 ล้านบาท กาแฟพร้อมดื่มประมาณ 10,000ล้านบาท ฟังก์ชันนอลดริงค์และเครื่องดื่มผสมวิตามิน 5,000ล้านบาท และเครื่องดื่มเกลือแร่ 4,200 ล้านบาท
เราจะเห็นว่า แค่เครื่องดื่มประเภทชาพร้อมดื่ม บริษัทใหญ่ๆ หรือยี่ห้อที่มีส่วนแบ่ง
การตลาดอันดับต้นๆ มักจะใช้กลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม จนทำให้คู่แข่งบางราย ที่มีทุนไม่มาก ถึงขนาดออกจากตลาดไปเลยก็มี เช่น
1.อิชิตัน รหัสรวยเปรี้ยง ตอน ทอง หมื่น แสน ล้าน แจกหนัก 1,110 รางวัล มูลค่า 30 ล้านบาท วิธีการส่ง SMS : พิมพ์ *711* ตามด้วยหมายเลข 10 หลัก ใต้ฝาขวด รหัส อิชิตัน แจกทุกวันจันทร์ วันที่ 10 กันยายน - 12 ตุลาคม 2558
2.โออิชิ รหัสโออิชิ แจกเยอะ จัดหนัก กองทัพรถ 600 คัน และลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า ยาริส ระบบเกียร์อัตโนมัติ กติกา ส่งรหัสใต้ฝา ทางมือถือ กด *494*รหัส# ระยะเวลาโปรโมชั่น ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2558
ในสมรภูมิเครื่องดื่มประเภทชาเขียว มีการแจกยังไม่พอ ยังมีการแข่งขันลดราคากันอย่างรุนแรงดังที่เราได้เห็นกันมา เช่น
- มิเรอิ ลดราคาทันทีขนาด 500 มล.ราคา 20 บาท เหลือ 16 บาท จึงส่งผลกระทบอิชิตันที่เพิ่งหมด
โปรโมชั่นลดราคาจาก 16 บาท เหลือ 14 บาท ในช่วงเดือน กรกฏาคม – สิงหาคม 2554
- คิริน ขายในเซเว่น อีเลฟเว่น ขนาด 350 มล. ขวดละ 15 บาท ขายคู่ 2 ขวด 22 บาท ช่วง
สิงหาคม – กันยายน 2554
- โออิชิ ซื้อสินค้าที่เซเว่น อีเลฟเว่น ครบ 40 บาท แลกซื้อโออิชิ 2 ขวด 25 บาท จากปกติขวดละ
20 บาท เหลือเพียงขวดละ 12.50 บาท ช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน 2554
- ทีเบรก ขาย 2 ขวดคู่จากราคา 30 บาท เหลือ 22 บาท เฉพาะในเซเว่นอีเลฟเว่น สิงหาคม –
กันยายน 2554
ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ตลาดชาเขียว ในยุคปัจจุบัน จึงปิดตายสำหรับคู่แข่งรายเล็กๆ หรือ คู่แข่ง
ที่ไม่มีทุนหรือสายป่านยาวพอ อีกทั้งการแข่งขันกันในสงครามของราคา จะทำให้ยี่ห้อบางยี่ห้อต้องถูกออกจากการแข่งขันในที่สุด ซึ่งเหตุผลหลักๆก็คือ ต้นทุนสูงขึ้น ราคาถูกลง จึงทำให้กำไรน้อยลง และถ้าขายไม่ออกก็จะประสบกับภาวการณ์ขาดทุนในที่สุด
ฉะนั้น นักการตลาดมืออาชีพ จึงต้องหาทางออกให้กับสินค้าของตนเอง ก่อนที่จะประสบกับภาวะการขาดทุนหรือการออกนอกตลาด เช่น อาจจะต้องมีการขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ เหมือนเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดงที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม , การขยายธุรกิจออกไปทำธุรกิจเครื่องดื่มประเภทอื่น โดยการสร้างแบรนด์ใหม่ๆหรือแบรนด์เดิม (กาแฟ , เครื่องดื่มชูกำลัง , น้ำผลไม้) , การสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆออกมาเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกัน(เอาชาเขียวมาผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชาเขียวผสมโซดา , ชาเขียวผสมน้ำผลไม้,ชาเขียวผสมเครื่องดื่มชูกำลัง) , การสร้างความหลากหลายในตัวของสินค้า(รสชาติ บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ขนาด รูปขวด ราคา) , การสร้างผลิตภัณฑ์ดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง , การสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือ เกิดการศรัธทา เกิดการบอกต่อ ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวมานี้ จึงเป็นเรื่องที่นักการตลาดมืออาชีพ จะมองข้ามไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะเป็นนักการตลาดในธุรกิจประเภทใด สิ่งที่ท่านจะต้องเจอก็คือ คู่แข่งขัน และถ้าเป็นการแข่งขันอย่างรุนแรง ท่านซึ่งเป็นนักการตลาด ท่านจะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดหรือให้ชนะคู่แข่งขัน
สุดท้ายนี้ จึง ฝากนักการตลาดไว่ว่า “ ความคิดมีความสำคัญมาก ท่านจงคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงสินค้า เปลี่ยนแปลงบริษัทอย่างไรให้เจริญขึ้น จงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆขึ้น อย่ารอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วจึงหาทางแก้ไข เพราะถ้าท่านรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วจึงลงไปแก้ไข ถึงตอนนั้นท่านอาจจะแก้ไขไม่ทันการณ์”
ถามว่า ทำไม บริษัท แอปเปิ้ล ของสตีฟ จอบส์ จึงประสบความสำเร็จ คำตอบก็เพราะว่า บริษัทแอปเปิ้ล ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา เขาจะไม่รอขายของเก่าหรือรอให้คู่แข่งตามทัน แต่คู่แข่งต่างหากที่ต้องตามเขา


...
  
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย มีความสำคัญเพราะเป็นทั้งภาพลักษณ์ แบบอย่างและสัญลักษณ์ของความสำเร็จของทีม ดังนั้นการประพฤติปฏิบัติของผู้นำจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่ผู้นำควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติในการทำธุรกิจธุรกิจเครือข่ายนั้น มีความสำคัญต่อความศรัทธา ความน่าเชื่อถือของทีม เช่น
สิ่งที่ผู้นำควรประพฤติและปฏิบัติ มีดังนี้
1.มีความรักในธุรกิจเครือข่ายที่ตนเองทำ
2.ทำตัวเป็นแบบอย่างให้แก่ทีมงาน เช่น เข้าบริษัทสม่ำเสมอ เพื่อไปพบทีมงาน เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารของบริษัท อีกทั้งเมื่อมีการประชุมก็มาร่วมเรียนรู้อยู่เสมอ
3. มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่หวั่นไหวต่อคำตำหนิ หรืออุปสรรคต่างๆ
4.มีการพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ เช่น เรื่องของบุคลิกภาพ การแต่งกาย การพูดการจา การพูดต่อหน้าที่ชุมชน ฯลฯ
5.มีทัศนคติที่ดี คิดบวก การทำธุรกิจเครือข่ายเป็นงานที่ต้องออกไปชวนคนทำธุรกิจ ในบางครั้งต้องถูกการปฏิเสธจากผู้ที่ถูกชวน ฉะนั้น หากคิดลบก็จะเกิดการท้อได้
6.มีการออกไปชวนคนทำธุรกิจหรือออกไปขายสินค้าอยู่สม่ำเสมอ
7.มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับทีม มีการให้กำลังใจทีมงาน การยกย่องชมเชย
สิ่งที่ผู้นำไม่ควรประพฤติและปฏิบัติ มีดังนี้
1.ไม่ควรพูดให้ร้ายบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวสินค้า แผนการตลาดและอื่นๆ
2.ไม่ควรพาลูก พาหลาน ที่เล็กๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
3.ไม่ควรแย่งสายงานของนักธุรกิจเครือข่ายในบริษัทเดียวกัน
4.ไม่ควรพูดโจมตีให้ร้ายบริษัทเครือข่ายอื่น
5.ไม่ควรขาดการติดต่อสื่อสารกับทีมงานหรือบริษัท
ฉะนั้น สิ่งที่ผู้นำควรประพฤติปฏิบัติหรือไม่ควรประพฤติปฏิบัติ จึงมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือ เพราะหากผู้นำประพฤติปฏิบัติตัวดี ก็จะเป็นแบบอย่างให้แก่ลูกทีมได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับบริษัทที่ตนเองสังกัดอยู่อีกด้วย

...
  
การสร้างชื่อให้เป็นที่ยอมรับของตลาด
สร้างชื่อให้ตลาดยอมรับ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับ มีความสำคัญมากต่อการขายสินค้าหรือบริการ สินค้าหรือบริการ ที่มีชื่อเสียงมักเป็นที่ยอมรับของตลาด อีกทั้งมีการตั้งราคาที่แพงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นที่ยอมรับของตลาด ปัจจุบันกระผมมีอาชีพวิทยากร หากว่าวิทยากรท่านใดไม่เป็นที่รู้จักของตลาด คุณคิดว่าจะมีใครอยากไปฟังไหม แต่ตรงกันข้าม หากวิทยากรผู้นั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศ ผู้ฟังมักอยากที่จะติดตามฟัง
เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจที่พวกเรามักจะเห็น สินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ตลาดมักจะต้องมีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทางสื่อต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าหรือผู้บริโภค เช่น โฆษณาทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ
ฉะนั้นการจัดงบประมาณทางด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นจะต้องมี อีกทั้งการสร้างภาพพจน์ขึ้นในใจผู้บริโภคเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสะสม และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
เป๊ปซี่และโคคาโคลา เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ในเรื่องของการโฆษณา พวกเราต้องยอมรับว่า เป๊ปซี่และโคลาโคลา มีประโยชน์น้อยกว่า น้ำส้มคั้น แต่ก็ด้วยการโฆษณา จึงทำให้ เป๊ปซี่และโคคาโคลา เป็นที่ยอมรับของตลาด และสามารถขายสินค้าได้แพงกว่าน้ำสั้นคั้นที่ไม่เป็นที่ยอมรับของตลาดเสียอีก
ROLEX หรือ โรเล็กซ์ กลายเป็นนาฬิการาคาแพงและขายดีที่สุด ปัจจัยที่ทำให้มีราคาแพงและขายดีไม่ได้เกิดจากเรื่องของคุณภาพอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับอีกด้วย
STARBUCKS COFFEE หรือ สตาร์บัคส์ เป็นร้านกาแฟที่มีกาแฟรสชาติต่างกันถึง 40 ชนิด และสามารถขายได้ในราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับกาแฟโดยทั่วไป ก็เพราะว่าสตาร์บัคส์ สามารถสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับได้นั้นเอง
การสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับในยุคปัจจุบันจึงมักนำเอาการตลาดเข้ามาใช้ในทุกๆวงการ ไม่ว่าจะเป็น วงการค้าขาย วงการศาสนา วงการเมือง วงการการศึกษา ฯลฯ
การสื่อสารทางการตลาดหรือ Integrated Markering Comunication(IMC)จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในยุคปัจจุบัน ซึ่ง IMC จะเป็นกระบวนการในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยใช้เครื่องมือการตลาดหลายๆ อย่างผสมกัน เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การขายโดยพนักงานขาย การจัดแสดงสินค้า การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิคส์ การสัมมนา ฯลฯ
ไม่ว่าคุณจะขายอะไร ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไร คุณมีความจำเป็นจะต้องสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับในด้านของตัวบุคคล ของบริษัท ของหน่วยงาน ขององค์กร หากคุณสามารถสร้างขึ้นมาได้คุณก็จะได้รับประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ ความศรัทธา รายได้เงินทอง โอกาส
ดังตัวอย่างเช่น หากท่านต้องการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ท่านจะเข้าไปซื้อที่ร้าน 7-11 หรือ ณ ร้านโชว์หวย กระผมเชื่อแน่ว่า คนส่วนใหญ่มักอยากจะซื้อที่ร้าน 7-11 เพราะมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของตลาดมากกว่า
ฉะนั้น หากว่าท่านต้องการมีรายได้มากขึ้น มีกำไรมากขึ้น มียอดขายมากขึ้น มีลูกค้ารู้จักมากขึ้น ท่านจำเป็นจะต้องสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับ


...
  
เหนือคู่แข่งด้วยการบริการ
เหนือคู่แข่งด้วยการบริการ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ในยุคนี้ การแข่งขันเพื่อแย่งชิงลูกค้ามีความรุนแรงมากเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต คุณภาพของสินค้ามีความใกล้เคียงกัน แผนการตลาดมีความใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างกันได้ก็คืองานด้านบริการนั่นเอง ดังคำแนะนำของ ปรมาจารย์ด้านการจัดการสมัยใหม่ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ แนะนำว่า อาวุธของการจัดการงานบริหารสมัยใหม่ คือ การบริการที่เป็นเลิศ
เพราะหากบริการลูกค้าไม่ดีลูกค้าไม่พอใจ 1 คน มักจะเกิดการบอกต่ออีก 67 คน ลูกค้าจึงมีความสำคัญมากดังคำกล่าวของ มหาตมะ คานธี กล่าวไว้ว่า “ ลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุด ที่มาเยือนเราในสถานที่นี้ เขามิได้พึ่งเรา เราต่างหากที่จำเป็นต้องพึ่งเขา เขามิได้มาขัดจังหวะการทำงานของเรา หากแต่การรับใช้เขา คือ วัตถุประสงค์ของงานของเรา เขามิใช่บุคคลภายนอก แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของเราทีเดียว ในการรับใช้เขานั้น เรามิได้ช่วยอะไรเขาเลย เขาต่างหากเป็นฝ่ายช่วยเหลือเรา โดยให้โอกาสแก่เรา ที่จะได้รับใช้เขา ”
ทุกธุรกิจต้องมีงานบริการ เมื่อทราบถึงความสำคัญของงานบริการแล้ว ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและบริการให้อยู่เหนือคู่แข่ง มีงานวิจัยชิ้นสำคัญกล่าวว่า การสร้างความประทับใจต่อลูกค้า มีดังนี้
1.พูดจาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความกระตือรือร้นในการบริการ
2.บริการด้วยความรวดเร็ว แม่นยำและถูกต้อง
3.บริการเป็นกันเองเสมือนหนึ่งเป็นญาติ
4.พนักงานมีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยใจคอที่ดี ให้การต้อนรับที่ดี
Service Mind ต้องอยู่ในหัวใจของพนักงาน หากว่าคุณเคยเข้าไปซื้อของที่ร้านขายของชำตามตลาด หากคนขาย พูดจาไม่สุภาพ ไม่ยิ้มแย้ม หน้าบึ้งตึงตลอดเวลา ทำเสมือนหนึ่งว่าคุณกำลังมารบกวน คุณจะรู้สึกอย่างไร แต่หากว่าคุณเข้าไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 พนักงานยิ้มแย้ม พูดจาสุภาพ คุณจะรู้สึกอย่างไร
หากว่าคุณได้สัมผัสกับคนขายในร้านขายของชำ คุณคงไม่รู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเมื่อเข้าไปใช้บริการในร้าน เหมือนกับการใช้บริการในร้านสะดวกซื้อ 7-11 และเช่นกันหากว่าคุณกำลังทำธุรกิจอยู่คุณคงไม่อยากให้ลูกค้ามีความรู้สึกที่ไม่ประทับใจเช่นนั้นกับธุรกิจของคุณ
Seveic Mind หรือการสร้างหัวใจนักบริการที่ดี จึงเป็นสิ่งที่คุณควรปลูกฝังและสร้างมันให้เกิดขึ้นในองค์กรธุรกิจของคุณ ส่วนใหญ่บริษัท องค์กรธุรกิจมักจะสร้างขึ้นด้วยการฝึกอบรมพนักงาน ถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากก็ตาม แต่ผลที่ได้กลับคืนมาคุ้มกว่าค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเป็นอันมาก
อีกทั้งแนวโน้มของธุรกิจบริการในประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มที่มากขึ้นเพราะประเทศพัฒนาแล้วได้ลดกำลังการผลิตลง แต่ไปเพิ่มในส่วนของธุรกิจการบริการมากขึ้น เช่น
GE (เจเนอรัลอิเล็กทริก) เดิมทำธุรกิจผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล ปัจจุบันหันมาทำธุรกิจด้านบริการทางการเงิน คือ GE Capital ซึ่งมีสาขาทั่วโลก อีกทั้งทำกำไรได้มากกว่าการผลิตเครื่องจักร ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เสียอีก
IBM เมื่อก่อนผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เป็นอันดับ 1 ของโลก ปัจจุบันได้ขายธุรกิจการผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งหมดแล้วหันมาทำธุรกิจบริการ เช่น การพัฒนาซอฟแวร์ การให้คำปรึกษาในการวางระบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดังนั้นแนวโน้มของธุรกิจการบริการเป็นแนวโน้มที่ดีมากๆในอนาคต อีกทั้งในยุคปัจจุบัน หากองค์กรใด หน่วยงานใด มีการบริการที่ดีและเหนือกว่าคู่แข่งขัน ย่อมสร้างความได้เปรียบ ความเป็นต่ออย่างมากในการทำธุรกิจ

...
  
การตลาดยุคใหม่ : Modern Marketing
การตลาดยุคใหม่ : Modern Marketing
โดย....ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การทำการตลาดในยุคใหม่จะต้องมีความรู้ มีข้อมูลในเรื่องรอบๆตัว มีความไวต่อความต้องการของผู้บริโภค เพราะการแข่งขันในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลง ไม่อยู่การตลาดยุคใหม่ นิ่ง และมีการนำเทคโนโลยี เข้ามาใช้ จึงทำให้เกิดความรวดเร็วในการแข่งขันทางด้านการตลาด
นักการตลาดจึงจำเป็นจะต้องมีการลงพื้นที่ เพื่อไปสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูล มาวิเคราะห์ ซึ่งจะอาศัยข้อมูล ตัวเลข สถิติต่างๆ หรืองานวิจัย แบบนักการตลาดในสมัยก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์แต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้อีกแล้ว เพราะจะทำให้นักการตลาดมองไม่เห็นภาพและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แท้จริง
การแข่งขันทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน มีการแข่งขันที่สูง ทำให้นักการตลาดในยุคใหม่จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งต้องทำงานหนัก เพื่อมุ่งเน้นการค้นหา นวัตกรรมในตัวของ สินค้า ผลิตภัณฑ์และการบริการ แปลกๆใหม่ๆ ขึ้นในวงการธุรกิจ ดังตัวอย่าง เช่น
สตีฟ จอบส์ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ บริษัท Apple ที่เขาก่อตั้งขึ้น ได้สร้างสินค้าใหม่ๆขึ้นในตลาด เช่น สินค้าตระกูล I (iPhone iPad iBoard ipod) และบริษัท NeXT ของเขา ได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่น จนดังระดับโลก เช่น Finding Nemo , Toy story ฯลฯ
ริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจใหญ่ชาวอังกฤษ เจ้าของชื่อการค้า “เวอร์จิ้น” หรือ Virgin มีธุรกิจกว่า 360 บริษัท
เขาทำธุรกิจ ตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มทำนิตยสารตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนนักศึกษา แล้วขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ เขาเป็นนักการตลาดยุคใหม่ระดับขั้นเทพ การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตลาดของเขา เขามีความคิดนอกกรอบ เขาจะไม่เสียเงินจ้างสื่อให้มาลงข่าวในหน้า 1 ซึ่งจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก แต่เขาเลือกทำการตลาดฉบับของเขา ด้วยความที่เขาชอบผจญภัยและสร้างสถิติโลก ทำให้สื่อติดตามและลงข่าวเกี่ยวกับเขาและเครือบริษัท Virgin (เวอร์จิ้น) ของเขา เช่น การทำลายสถิติการขับเรือเร็วข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก , การทำลายสถิติการเดินทางด้วยบัลลูนข้ามมหาสมุทรแอตแนติก เป็นต้น
บริษัทแกรมมี่ เริ่มต้นจากบริษัทเล็กๆ จนปัจจุบันเป็น บริษัท Entertainment ระดับแนวหน้าของประเทศไทย ก็เนื่องมาจากการสร้างสรรค์ผลงาน และ คิคค้น สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ให้แก่วงการอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานเพลงต่างๆ , การสร้างสรรค์ศิลปินนักร้องใหม่ๆ เพื่อนำออกมายังตลาด
ลูกค้าโต ธุรกิจโต ธุรกิจนั้นจะโตได้ ก็ต้องอาศัยฐานจากลูกค้าในการมาซื้อสินค้าและบริการ ดังเราจะสังเกตได้ว่า หากบริษัทใด มีลูกค้ามาก บริษัทนั้นก็จะมีการเจริญเติบโตตามจำนวนลูกค้า เช่น มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น มีการขยายสำนักงานให้กว้างขวางขึ้น มีการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆเพิ่มขึ้นเพื่อมาเอาใจผู้บริโภค ฯลฯ

การหาลูกค้าให้มาใช้บริการและซื้อสินค้านั้นยากแต่การรักษาลูกค้าให้อยู่กับเราไปนานๆนั้นยากกว่า ซึ่งสิ่งที่นักการตลาดจะทำได้ก็คือ CRM(Customer Relationship Management) การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีจะต้องทำอย่างเป็นระบบ ทำอย่างต่อเนื่องยั่งยืน ไม่ทำแบบทิ้งๆ ขว้างๆ เพราะจะทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน
การตลาดยุคใหม่ต้องโดนใจผู้บริโภค....หากไม่รู้จักลูกค้าจริง อย่าหวังรอดในยุคการแข่งขันที่มีความรุนแรงอย่างเช่นในยุคปัจจุบัน เพราะลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปซื้อสินค้าและบริการ ของบริษัทอื่นๆได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้นการรู้จักลูกค้า การรู้จักพฤติกรรม นิสัยใจคอ ความชอบ ความต้องการของลูกค้า จึงมีความสำคัญมาก ตัวอย่าง โรงแรมใหญ่ๆระดับ 5 ดาว มักมีการบันทึกข้อมูลลูกค้าตลอดเวลา การบันทึกข้อมูลลูกค้าจะเป็นประโยชน์มากต่อการใช้บริการในครั้งต่อๆไป เช่น ลูกค้าชอบห้องลักษณะไหน , ลูกค้าชอบอาหารประเภทไหน , ลูกค้ามีวันคล้ายวันเกิดวันใด เป็นต้น
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.